บทความลดน้ำหนัก

2 โยคะ ลดน้ำหนัก ปลอดภัย ไม่เหนื่อย

ปัจจุบันการเล่นโยคะเป็นการออกกำลังกายเทรนด์ใหม่ที่กำลังได้รับความนิยมไม่ว่าจะเป็นเหล่าดารา นักแสดง รวมถึงสาวออฟฟิศ ต่างให้ความสนใจเป็นอย่างยิ่ง ซึ่งการเล่นโยคะ  จะช่วยในการเสริมสร้างบุคลิกภาพ, รู้จักการหายใจอย่างถูกวิธี, ช่วยเพิ่มสมาธิ, ร่างกายมีความยืดหยุ่นมากขึ้น และช่วยลดความเครียด นอกจากนี้ยังช่วยให้หุ่นของสาวๆ ฟิตแอนด์เฟิร์ม อีกด้วย โยคะลดน้ำหนักได้จริงหรือ? โยคะเป็นท่าออกกำลังกายลดน้ำหนักที่ฝึกเน้นเรื่องการหายใจร่วมกับท่าต่างๆ ที่ช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นของ เนื้อเยื่อรอบๆข้อต่อต่างๆ ของร่างกายทั้งแขนขา และ ลำตัว ซึ่งเป็นผลให้การเคลื่อนไหวของข้อต่อเพิ่ม มากขึ้นได้และถ้าทำได้ถูกต้องร่วมกับการหายใจจะเป็น การช่วยทำให้ฝึกสมาธิได้เป็นอย่างดี ถ้าทำร่วมกับการทานอาหารที่ดี จะยิ่งช่วยให้ลดน้ำหนักได้มากขึ้นด้วย ลองดูที่ลิ้งนี้ได้เลย เนื่องจากการเคลื่อนไหวของท่าโยคะ เป็นการ เคลื่อนไหวแบบเบาๆ ถ้าเทียบกับการออกกำลังกายลดน้ำหนักอื่นๆ บางชนิด เช่น เทนนิส บาสเกตบอล เต้นรำ เต้นแอโรบิค เป็นต้น อัตราการเผาผลาญจึงไม่มากนัก พลังงานส่วน ใหญ่มาจากการสลายน้ำตาลในเลือดและตับ แต่เนื่อง จากการเคลื่อนไหวของโยคะต่อเนื่องและเป็นเวลานาน ดังนั้นจะมีการสลายไขมันนำมาใช้เป็นพลังงานบ้างใน ช่วงท้ายๆของท่าต่างๆ โยคะที่สาวๆ มักนิยมเล่นกันมีอะไรบ้าง? 1 โยคะร้อน  นิยมฝึกกันในห้องอุณหภูมิ 37 องศาเซลเซียส นาน 45 นาที ความต่างของโยคะธรรมดากับโยคะร้อนนี่ ที่เห็นกันชัดๆ คือเรื่องของการยืด เหยียด บิด โยคะร้อนจะช่วยได้ดีกว่า เนื่องจากร่างกายพออยู่ในอุณภูมิที่สูงขึ้น จะยืด เหยียดอะไรก็ง่ายกว่ามาก สำหรับคนเล่นใหม่ๆ แนะนำให้เล่นโยคะร้อนก่อน เพื่อปรับสมดุลของท่า ปกติโยคะร้อนจะเล่น 90 นาที เผาผลาญได้ถึง 500-600 แคลอรี่ (โยคะธรรมดาเผาผลาญได้ 300 แคลอรี่) และช่วยเรื่องผิวพรรณ กระชับสัดส่วน ดูอ่อนเยาว์ 2 โยคะฟลาย  มาแรงมากในหมู่ดารา ประโยชน์ของโยคะฟลาย ก็ไม่ต่างจากการเล่นโยคะทั่วไป หรือการออกกำลังกายชนิดอื่นๆ คือเป็นการออกกำลังกายชนิดหนึ่ง ที่เน้นการยืดเหยียดของกล้ามเนื้อกระดูก และเสริมสร้างความสมบูรณ์ให้กับกล้ามเนื้อ อุปกรณ์สำคัญในการเล่น โยคะฟลาย คือ ผ้า Hommog ที่ทำจากวัสดุพิเศษ ที่มีความนุ่มและหยืดหยุ่นได้ดี สามารถรับน้ำหนักได้ถึง 1000 กิโลกรัมเลยทีเดียว ผ้า Hommog นี้เวลาเล่นก็ต้องแขวนบนเพดานอย่างแน่นหนา

อ่านต่อ

พุงป่อง แก้ยังไง? มาดู 5 วิธีลดพุงกัน

ปัญหาใหญ่ของทุกคน ทั้งหญิงชายเลยนะคะ นั่นก็คือ “พุงป่อง” นั่นเอง มันเกิดขึ้นมาได้ง่ายมากสำหรับทุกคนเลยค่ะ ต่างคน ต่างก็มองหาวิธีลดพุงกันจ้าละหวั่นเลยทีเดียว ปัญหาเรื่องพุงนี้ เกิดขึ้นง่ายมากๆนะคะ กินข้าวคำเดียว พุงป่องทั้งวันก็มี บางคนตื่นนอนมา พุงแฟ่บ แต่พอออกมาใช้ชีวิตครึ่งวัน พุงป่องอีกซะงั้น มันเกิดจากอะไรเนี่ย? ถ้าอยากจัดการพุงที่ยื่นออกมา เราจะต้องมาทำความเข้าใจกันก่อนนะคะว่า พุงที่ป่อง ยื่นออกมา มันเป็นพุงแบบไหน ถึงจะหาวิธีลดพุงที่ถูกต้องได้นะคะ เพราะถ้าเรารู้สาเหตุที่แท้จริง ของพุงแต่ละประเภทแล้ว เราก็จะหาหนทางลดพุงได้ง่ายขึ้น และรวดเร็วกว่าค่ะ วันนี้ทางเว็บของเราจึงขอนำเสนอ พุงแต่ละประเภท และวิธีการลดพุงมาฝากกันค่ะ ประเภทของพุง 5 ประเภท ต่อไปนี้เราจะมาแนะนำพุงแต่ละประเภทกัน ซึ่งมีทั้งหมด 5 ประเภทหลักๆ ที่เจอกันบ่อยๆ พร้อมวิธีลดพุงแต่ละปรเภทกันเลย มาดูกันค่ะ 1 พุงป่องเป็นชั้น (Spare Tyre Tummy) พุงประเภทนี้จะเป้นพุงแบบนุ่มๆ ป่องเป็นชั้นๆ พุงแบบนี้ยิ่งปล่อยไว้นานยิ่งทำให้ใส่เสื้อผ้าไม่สวยนะคะ สาเหตุเกิดมาจากการกินของหวานเยอะ และขาดการออกกำลังกาย ซึ่งเป็นสาเหตุหลักที่เจอได้บ่อยมาก วิธีลดพุงเป็นชั้น พุงประเภทนี้ เป็นพุงที่ลดง่ายที่สุดแล้วค่ะ ควรลดแป้ง ลดน้ำตาล งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และน้ำหวานต่างๆ โดยหันมาทานอาหารที่มีประโยชน์ เช่น เนื้อปลา เนื้อสัตว์ ผัก ผลไม้ ที่สำคัญคือต้องออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ลองวิธีกระโดดเชือกก็ได้ค่ะง่าย เร็ว ได้ผล 2 พุงเครียด (Stress Tummy) พุงป่องประเภทนี้ เรียกได้ว่าเป็นเป็นพุงของพนักงานบริษัทเลยจ๊ะ วิธีการสังเกตุพุง คือถ้าพุงมีลักษณะแข็งๆ ตั้งแต่กระบังลมไปจนถึงสะดือ ให้รู้ตัวไว้เลยนะคะว่าตอนนี้คุณกำลังเครียดเกินไป ยิ่งเครียดก็ยิ่งกิน ทำงานกินข้าวไม่เป็นเวลา ทำให้ร่างกายแปรปรวน และส่งผลกระทบต่อระบบทางเดินอาหาร ทำให้เกิดพุงป่องแบบนี้ขึ้นมา วิธีลดพุงป่องเครียด พักผ่อนเยอะๆ กินอาหารให้ตรงเวลา หาเวลาออกกำลังกายบ้าง ให้เล่นโยคะ แทนการออกกำลังกายหนักๆ เพราะโยคะจะช่วยให้ผ่อนคลายทั้งร่างกายและจิตใจ แถมยังทำให้ร่างกายแข็งแรงด้วย คลายกล้ามเนื้อได้ ไม่นอนดึก ลดคาเฟอีน เท่านี้ก็ทำให้พุงแบบนี้หายไปได้แล้วค่ะ 3 พุงป่องช่วงล่าง หรือที่เรียกว่า พุงหมาน้อย (The Little

อ่านต่อ

20 เรื่องเข้าใจผิดเกี่ยวกับการ “ลดน้ำหนัก”

“ลดน้ำหนัก” ไม่ว่าใครๆ ก็อยากทำให้ได้กันทั้งนั้น ทุกๆ วันนี้ คนหันมาออกกำลังกาย กันเยอะมากขึ้น แต่ก็ยังมีหลายๆ คนที่ยังไปได้ยังไม่ถึงฝั่งฝัน อาจจะเป็นสาเหตุจากหลายๆ เรื่อง ทั้งการออกแบบมั่วๆ คุมอาหารไม่จริงจังหรือไม่ได้คุมเลย แต่ยังมีอีกสาเหตุนึงเลยครับที่ทำให้ลดไม่ได้ซักที นั่นก็คือยังเข้าใจผิดในหลายๆ เรื่องเกี่ยวกับการลดน้ำหนัก เพื่อที่เราจะได้เจอวิธีที่ถูกต้อง ลองมาดูกันว่าคุณเป็นหนึ่งในนั้นมั้ย 1. ผู้หญิงเล่นเวทแล้วตัวจะใหญ่เหมือนผู้ชาย เป็นเรื่องที่เป็นไปได้ยากมาก เพราะผู้หญิงมีฮอร์โมนและโครงสร้างร่างกายที่ต่างจากผู้ชาย ( ที่เห็นหลายคนใหญ่ๆ กินฮอร์โมนเพศชาย,กินเยอะและฝึกหนัก) 2. กินน้ำเยอะทำให้บวมน้ำ การบวมน้ำเกิดจากร่างกายขาดน้ำ จึงต้องกักเก็บน้ำไว้ในเซลล์ เพื่อให้ร่างกายไม่ขาดน้ำ จึงเป็นเหตุผลให้เราตัวบวม 3. กล้ามเนื้อเปลี่ยนเป็นไขมัน และไขมันเปลี่ยนเป็นกล้ามเนื้อ กล้ามเนื้อและไขมันคนละอย่างกัน ไม่มีอะไรเปลี่ยนเป็นอะไร มีแค่การแทนที่กัน ฉะนั้นควรจะมีการออกกำลังกายทั้งการคาดีโอเพื่อเผาพลาญไขมันและการเล่นเวทเพื่อสร้างกล้ามเนื้อ ไม่ควรเล่นเพียงอย่างใดอย่างหนึ่งเท่านั้น 4. ทานข้าวเย็นทำให้อ้วน ความอ้วนเกิดจากการทานอาหารเกินความจำเป็นของร่างกาย ไม่ได้เกิดจากการทานอาหารมื้อใดมื้อหนึ่ง ฉะนั้นทางที่ดีที่สุดคือทานให้ครบ 3 มื้อและมื้อเย็นควรจะห่างจากช่วงเวลาที่เราจะนอนก่อน 4 ชั่วโมงจะดีมากๆครับ ไม่รู้ว่าจะทานอะไรดี ลองมาดูเมนูอาหารได้จาก ลิ้งนี้เลยนะครับ 5. หลังออกกำลังกายไม่ควรทานอาหาร เพราะจะทำให้ร่างกายหยุดดึงพลังงานมาใช้ ร่างกายคนเรามีการใช้พลังงานตลอดเวลา แม้แต่ตอนเรานอนหลับ ร่างกายจะไม่ใช้พลังงานก็ต่อเมื่อเราตาย และที่สำคัญหลังออกกำลัง ประมาณ 20-30 นาที ควรทานอาหารที่มีประโยชน์ เพราะร่างกายอ่อนเพลียและต้องการสารอาหาร 6. เล่นเวท 2 – 4 สัปดาห์แรกตัวบวมขึ้น หมายถึง กล้ามเนื้อโตขึ้น หรืออ้วนขึ้น การที่ร่างกายดูบวมๆ ขึ้น เกิดจากช่วงแรกๆ ที่เราเริ่มเล่น ร่างกายยังไม่ชินจึงเกิดการสะสมของเหลว และสารอาหารไว้ในเซลลล์กล้ามเนื้อ เพื่อไว้เป็นพลังาน และซ่อมเเซมร่างกาย แต่เมื่อผ่านไปสักระยะร่างกายจะเริ่มปรับตัวได้ และเริ่มขับของเหลวออกมา ตัวเราจะจะบวมน้อยลง 7. อยากลดพุง ต้องซิตอัพทุกวัน การซิตอัพเป็นการสร้างความแข็งแรงของกล้ามท้อง ไม่ได้ช่วยให้ไขมันหายไป ถ้าจะลดไขมันต้องคาร์ดิโอ และทานอาหารให้เหมาะสม 8. วิ่งเสร็จห้ามนั่ง เดี่ยวก้นโต การที่กล้ามเนื้อจะโตได้ ต้องอาศัยแรงต้านจากภายนอกเข้ามาช่วยกระทำ บวกกับการพักผ่อนและอาหารที่เหมาะสม ไม่ได้เกิดจากการกดทับ (ถ้ามันโตได้จริง วิ่งเสร็จ มานอนทับแขนดีกว่าแขนจะได้โต ไม่ต้องยกเวทให้เหนื่อย)

อ่านต่อ

ไอเดีย อาหารลดน้ำหนัก 60 วัน ลดได้ 10 กิโล

สวัสดีจ้า การลดน้ำหนัก สิ่งที่ยากสุดๆก็คือ อาหารลดน้ำหนัก ที่เราไม่รู้จริงๆว่า เราควรจะกินอะไรดี กินแค่ไหนต่อวัน? คุมแคลมั้ย? ยังไง? อันนี้กินได้มั้ย? เมนูอาหารลดน้ำหนักแบบนี้กินได้มั้ย ล่าสุดเราไปตามไอจีนึงมา เพราะชอบในไอเดียการทำอาหารลดน้ำหนักของไอจีนี้มากๆ นั่นก็คือ fit.with.da จ้า เจ้าของไอจีนี้หุ่นแซ่บมากกกกกกกกกก ลีนสวยสุดๆ เพราะการกินที่ดีมาก บวกกับการออกกำลังกาย (น้องรับเทรนลดหุ่นด้วยนะ ไปตามไอจีกันเอาเองนะจ๊ะ) เนื่องจากน้องเค้าจะแชร์เมนูอาหารให้เราได้กินตามได้ ทำได้ง่ายๆ บ้างเมนูก็สามารถซื้อได้จากใน 7-11 ซึ่งหลายๆคนก็ถามหา อาหารลดน้ำหนักใน 7-11 กันอยู่ ก็สบายเลยทีนี้ เราเลยรวมไอเดีย อาหารลดน้ำหนัก 60 วัน ที่กินตามได้ง่ายๆ สามารถลดได้ถึง 10 กิโลกรัมเลยทีเดียว ต้องออกกำลังกายร่วมด้วยนะ กระโดดเชือกก็ได้ง่ายดี ลองอ่านบทความนี้ต่อเลย โอเค ทีนี้เรามาดูไอเดียเมนูอาหารลดน้ำหนักกันได้เลยจ้า ว่ามีอะไรบ้าง แนวคิดหลักๆก็คือ กิน 4 มื้อต่อวัน อาหารหลัก 3 มื้อ + อาหารว่าง 1 มื้อ สารอาหารครบถ้วน แคลจะอยู่ประมาณ 1200 – 1500 โดยประมาณนะจ๊ะ เราเอามาแต่ภาพนะ ไม่ได้เอาวิธีทำมาด้วย วิธีทำลองไปหาดูที่เจ้าของไอจีได้เลยจ้า มาดูกันเลย 60 วัน อาหารลดน้ำหนัก ทำง่ายๆ ตามรูปเลยนะจ๊ะ เรียงกันไปแบบนี้ มื้อแรก มื้อสอง มื้อสาม มื้อทานเล่น ส่วนใหญ่เป็นอาหารเวฟ นึ่ง ย่าง ต้ม ยำ ปรุงน้อยๆ ถ้าทำเองได้จะดีมาก หรือถ้าต้องซื้อจริงๆ พยายามสั่งแบบไม่มีน้ำมันนะจ๊ะ และอาหารส่วนใหญ่สามารถหาได้ใน 7-11 จ้า สำหรับการนับมื้ออาหาร มื้อแรกเป็นไปได้ให้ทานหลังจากตื่นนอน 1-2 ชั่วโมง แล้วมื้อถัดไป นับต่อไปอีก 3-4 ชั่วโมง ให้ครบ 3+1 มื้อ มื้อว่างให้กินระหว่างมื้อบ่ายก่อนถึงมื้อเย็นนะจ๊ะ

อ่านต่อ

20 ท่าออกกำลังกาย ทำที่บ้านลดน้ำหนักได้ดีที่สุด

ช่วงนี้เราอยู่บ้านกันส่วนใหญ่นะครับ กินกันแหลกเลย สำหรับบางคนที่รู้สึกว่า อึดอัดร่างแล้วอยากออกกำลังกาย วันนี้ เราเอา 20 ท่าออกกำลังกาย ที่สามารถทำได้ที่บ้าน ไม่ต้องมีอุปกรณ์ ใช้เวลาไม่นาน ได้ทั้งร่าง เผาพลาญพลังงานได้สูงๆ มาฝากทุกคนกันครับ มีท่าอะไรบ้าง เราตามมาดูกันเลย ถ้าไม่อยากดูท่า แต่ อยากออกกำลังกายแบบคาดิโอ ลองดูวิดีโอที่ลี้งนี้ : วิดีโอเต้นซุมบ้า 20 ท่าออกกำลังกาย ทำได้เลยที่บ้าน เพื่อให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุดนะครับ ขอแนะนำ ให้ออกกำลังกายประมาณ 30 นาทีอย่างต่ำนะครับ แล้ว งดอาหารทอด ของหวาน ขนมขบเคี้ยวต่าง ซักอาทิตย์นึงนะครับ รับรองผอมแน่นอน มาดูท่าออกกำลังกายกันได้เลย 1. วิ่งอยู่กับที่ เริ่มกันง่ายๆเลย แต่เหนื่อยระดับ 10 ก็แค่วิ่งอยู่กับที่นี่แหล่ะครับ ฟังดูง่ายนะ แต่ถ้าต้องวิ่งอยู่กับที่ซัก 3 นาที คุณก็เหนื่อยแล้วจ้า เหมาะมากกับการวอร์มอัพ หรือถ้าใครอยากคาดิโอ ก็เลือกอันนี้เป็นตัวเลือกแรกๆเลยก็ได้ จับเวลาไปเลย 10 นาที จากนั้นค่อยไปท่าต่อไปได้เลย 2. ท่าวิทพื้น (Push-up) ท่าเบสิคพื้นฐานที่เรามักจะได้ยินบ่อยๆ เป็นท่าที่เล่นกล้ามเนื้อช่วงบน ได้ทั้งหน้าอก แขน ไหล่ สาวๆ อาจจะทำยากหน่อยแรกๆ ก็ใช้ชันเข่าแทนการเอาตัวราบกับพื้น ถ้าทำได้แล้วค่อยทำท่าแบบปรกติที่เค้าทำกัน ทำไปซัก 4 เซ็ต เซ็ตละ 8-10 ครั้งแล้วแต่เราเลยจ้า 3. ท่าสควอท (Squats) ท่านี้ก็ถือเป็นท่าอเนกประสงค์เหมือนกันนะครับ เรารู้จักท่านี้มานานแสนนานละ เป็นท่าที่เน้นช่วงล่าง ต้นขา ก้น ทำบ่อยๆ ก้นจะสวยมาก การเล่นท่านี้ก็อาจจะเอาเก้าอี้มารองก้นก่อนแรกๆ ตอนทำ หลังๆค่อยเอาออก ทำไปซัก 4 เซ็ต เซ็ตละ 8-10 ครั้ง 4. กระโดดตบ ท่าเบสิกสุดยอด จากท่าที่เคยเป็นการลงโทษเราสมัยเรียนมอต้น กลับกลายเป็นท่าเบิร์นไขมัน ที่โครตจะเบิร์นดีมากๆเลยทีเดียวครับ ลองกระโดดตบติดต่อกันให้ได้ซัก 1

อ่านต่อ

6 ข้อดีของการ กระโดดเชือก ลดน้ำหนัก ทั้งสูง ทั้งฉลาด ลดเครียด

รู้หรือไม่?!? การกระโดดเชือกสามารถลดน้ำหนักได้มากกว่า 1,000 แคลใน 1 ชั่วโมง! ใช่แล้ว คุณอ่านไม่ผิดค่ะ มันมาสามารถเผาพลาญแคลอรี่ ได้ขนาดนั้นจริงๆ สิ่งที่เรารู้จักมาตั้งแต่เด็กๆนี่แหล่ะค่ะ นี่เรามัวไปทำอะไรกันอยู่เนี่ย ถ้าสนใจแนวออกกำลังกายที่ลดได้ 1,000 แคล ลองอ่านบทความนี้เคล็ดลับ วิธีเบิร์นไขมัน ผู้หญิง 1000 แคลใน 20 นาที ถ้าเทียบกับการออกกำลังกายประเภทอื่นๆ อย่างเช่น HIIT การปั่นจักรยาน การเดินบนเครื่องลู่วิ่ง กระโดดเชือกลดน้ำหนัก ถือว่าทำได้ดีกว่าเยอะเลย แถมยังช่วยการบริการหลอดเลือดหัวใจอีกด้วย (อ้างอิงจากบทความ ‘กระโดดเชือก’ ก้าวข้ามโรคหัวใจ จากมหาวิทยาลัยมหิดล) เรามาลองดูประโยชน์อื่นๆ ของการกระโดดเชือก ว่านอกจากจะลดน้ำหนักได้ดีแล้ว มันยังช่วยอะไรเราได้อีกบ้าง มาลองดูกันเลยค่ะ ถ้าสนใจอยากซื้อเชือกกระโดด แนะนำเลย 1. เพิ่มความสูง ฟังไม่ผิดค่า มันเพิ่มความสูงได้ เพราะการกระโดดเชือก จะช่วยเรื่องการยืดกล้ามเนื้อ กลางลำตัว และช่วงหลัง ระหว่างที่เรากระโดด และยังรวมถึงกล้ามเนื้อขาที่จะยืดขึ้นด้วย การเซ็ตท่ากระโดดเชือกนะคะ เราต้องตั้งลำตัวเราให้ตรง ไม่งอหลัง และหากสามารถกระโดดเชือกเป็นประจำทุกวันสักประมาณ 15-20 นาทีต่อวัน แค่นี้ก็เหมือนช่วยเพิ่มความสูงให้ตัวเองได้ประมาณ 2-3 นิ้วแล้วค่ะ แต่คนที่อายุเยอะแล้ว อาจจะต้องลุ้นนิดนึงนะคะ ว่าจะช่วยให้สูงขึ้นมั้ย เพราะโกรทฮอร์โมนอาจจะลดลงไปแล้ว ใครอยากสูง ลองซื้อเชือกกระโดดเลยค่ะ 2. กระโดดเชือกช่วยให้ฉลาดขึ้น อ่านแล้วคงงงสินะคะ ว่ากระโดดเชือกมันจะไปทำให้เราฉลาดได้ยังไง อันนี้มีที่มานะคะ ข้อมูลจากสถาบัน การกระโดดเชือกแห่งสหรัฐอเมริกา มีได้การพบว่า กระโดดเชือก ลดน้ำหนักได้แล้ว ยังจะช่วยพัฒนาสมองทั้งซีกซ้าย และขวา นั่นคือทั้งทักษาเรียนรู้ ท่องจำ การอ่าน ความเข้าใจ จะถูกพัฒนาขึ้น และยังช่วยเรื่องการทำให้มีสมาธิ เพิ่มขึ้นอีกด้วย จากที่แอดมินได้ลองเอง อันนี้ก็จริงในเรื่องสมาธิ เพราะต้องเพ่งสมาธิอย่างมาก และต้องใช้ทุกส่วนของร่างกาย ไหนจะต้องนับอีกว่ากี่ครั้งแล้ว ดูมีเหตุผลมากเลยข้อนี้ 3. ดีต่อหัวใจและหลอดเลือด นักวิจัยจาก American College of Sports Medicine ไดเเปิดเผยงานวิจัยออกมาว่า

อ่านต่อ

เคล็ดลับ วิธีเบิร์นไขมัน ผู้หญิง 1000 แคลใน 20 นาที

วิธีเบิร์นไขมัน ผู้หญิงอย่างเราๆ ก็ต้องสนใจอยู่แล้วใช่มั้ยคะ เพราะ เป็นดั่งคำสาปเลยว่า กินอะไรไป ทำไมมันไปสะสมอยู่ตามที่ต่างๆ อย่างน่าเจ็บใจ ต้นแขนเอย ต้นขาเอย พุงเอย แต่ที่นม ทำไมไม่ไปสะสมตรงนั้นบ้าง ก็ไม่รู้ วันนี้ เราเอาเทคนิคการออกกำลังกาย สำหรับคนที่มีเวลาน้อย แบบวันนึง อาจจะมีแค่ 20 นาที ก็สามารถเผาไขมันได้กว่า 1,000 แคล เลยทีเดียว สนใจกันแล้วใช่มั้ยหล่ะ แต่ก่อนอื่นถ้าชอบบทความนี้ ฝากรบกวนแชร์ไปที่เฟสบุ๊ค เพื่อบอกต่อๆกันด้วยนะคะ จะขอบพระคุณมากๆเลย และ อย่าลืมอ่านบทความนี้ด้วย จะได้ช่วยเสริมกันนะคะ สูตรลดน้ำหนัก 3 วัน 1 กิโล ด้วยไข่ต้มและนม (เห็นผลจริง) วิธีเบิร์นไขมัน ผู้หญิง 1000 แคล เข้าเรื่องเลย การเบิร์นไขมันที่ดีที่สุด ก็คือการคาดิโอนี่แหล่ะค่ะ ก็มีหลากหลายใช่มั้ย ทั้งการวิ่ง กระโดดตบ Burpee Hiit อะไรก็ว่ากันไป เราก็น่าจะเคยได้ยินกันมาบ้าง วันนี้เราเลยนำวิดีโอ ที่รวมเซ็ตสิ่งที่เราได้ยิน มารวมเป็นการออกกำลังกาย คาดิโอ ที่จะช่วยเผาพลาญไขัมน ได้มากกว่า 1,000 แคลอรี่ ซึ่งมีกี่ตัวบ้าง มาดูกันเลย คาดิโอ 7 นาที Hiit Boxing สำหรับมือใหม่ เต้น Zumba Dance ลดน้ำหนัก 45 นาที  7 นาทีเต้นแอโรบิค เบิร์นไขมันกระจุย #1 วันนร่เราฝากไว้เท่านี้ก่อนแล้วกันนะคะ กับ เทคนิคการเบิร์นไขมัน ให้เกิน 1000 แคลอรี่ ใครที่ชอบ หรือสะดวก วิดีโอตัวไหน ก็ลองเอาไปเล่นกันดูนะคะ ได้ผลยังไงก็รบกวนบอกเราหน่อย หรือคอมเม้นบอกเราได้เลยนะ

อ่านต่อ

สูตรลดน้ำหนัก 3 วัน 1 กิโล ด้วยไข่ต้มและนม (เห็นผลจริง)

สูตรลดน้ำหนักที่เราเอามาฝากวันนี้นะครับ เป็นสูตรจากทางบ้านแชร์มาที่ inbox ของเพจ Thai Fit & Firm เห็นว่ามีประโยชน์และดูแล้วน่าจะได้ผลอยู่ แต่เราอาจจะต้องเพิ่มเนื้อสัตว์เพิ่มลงไปบางมื้อด้วยนะครับ เพราะอันนี้สำหรับคนที่ต้องการลดเร่งด่วนจริงๆ คำเตือน! เนื้อหานี้อาจจะทำให้คุณโยโย่ได้ อย่าทำบ่อย วิธีการก็คือ การทานไข่ต้ม ที่เป็นโปรตีนหลักที่หาได้ง่ายๆ และ นม ซึ่งก็คือแคลเซียมและแหล่ะงโปรตีนอีกแหล่งนึง โดยเจ้าของสูตร สูง 163 หนัก 54 หลังจากใช้สูตรนี้ น้ำหนักลดลงเหลือ 50.5 ใน 1 อาทิตย์เท่านั้น! ถ้าสนใจลองอ่านบทความนี้ด้วยนะ : 5 วิธีลดน้ำหนัก ให้ได้ผลจริง สูตรลดน้ำหนัก ด้วยไข่ต้มและนม ขอแชร์สูตรนี้เป็นที่ละวันแล้วกันนะครับ เพราะทำสลับไปมาเรื่อยๆ 3 วันทำวนไปเรื่อยๆ และที่สำคัญเลยระหว่างนี้ ห้ามกินขนม ของหวาน ของทอด งดนะไม่งั้นไม่ได้ผลนะ มาเริ่มกันเลย วันที่ 1 เช้า : ตื่นมาซัดน้ำเปล่าก่อนเลย 1-2 แก้วก่อนไปอาบน้ำแปรงฟัน จากนั้นให้ต้มไข่ 2 ฟอง กินกับนม 1 แก้ว เป็นอันจบมื้อเช้า [ประมาณ 100-150cal] เที่ยง : ไข่ต้มอีก 2 ลูก ตามด้วยนม และข้าว 1 ถ้วย แถมผักต้มนิดหน่อย [ประมาณ 200-300cal] เย็น : ไข่ต้มอีก 1 ฟอง นมอีก 1 แก้ว [ประมาณ 100cal] จากนั้นก็มีเดินรอบหมู่บ้านประมาณ 30 นาที จากนั้นก็มาอาบน้ำนอน และจะบังคับตัวเองให้นอนก่อน 4 ทุ่ม จบวัน วันที่ 2 เช้า : ตื่นนอนวันนี้กินน้ำก่อนเลย 1

อ่านต่อ

5 วิธีลดน้ำหนัก ให้ได้ผลดูดีตลอดกาล

ใครๆก็อยากผอม ดูดี หุ่นสวย เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับตัวเอง ในการออกไปใช้ชีวิตในสังคม การหาวิธีลดน้ำหนักให้ได้ผล เลยเป็นที่ต้องการอย่างมากในปัจจุบันนี้ ที่การมองคนที่ภายนอก มักมาก่อนภายในเสมอ วันนี้เราเลยเอา 5 วิธีลดน้ำหนัก ที่สามารถทำตามแล้วได้ผลอย่างแน่นอน มาฝากแฟนๆของเว็บไซต์ของเรา เพราะเราได้ทำมาหลายอย่างแล้วจนสามารถสรุปออกมาง่ายๆเป็น 5 วิธีนี้ เพื่อให้ทุกคนสามารถที่จะทดลองทำตามเราแล้วได้ผลลัพธ์อย่างที่ต้องการได้ 5 วิธีลดน้ำหนัก ให้ได้ผล 1. ต้องจริงจังและตั้งใจ ข้อนี้ต้องบอกเลยว่า ยากที่สุดเลยก็ว่าได้ เพราะการเริ่มต้นนี่แหล่ะยากที่สุด ถึงเราจะได้เทคนิค หรือตารางการออกกำลังกายมายังไง แต่ถ้าเราทำได้แค่เซฟไว้ดู มันก็ไม่มีทางได้ผล อย่างที่ สสส. เคยบอกว่า “แค่ขยับเท่ากับออกกำลังกาย” จะบอกว่ามันจริงมากๆ เพราะแค่เราขยับออกเดินให้ได้ซัก 30 นาทีเนี่ยแค่นี้ร่างกายก็เผาพลาญพลังงานแล้ว แต่เราก็จะหาเหตุผล 108-1009 มาอ้างว่าไม่มีเวลา ถ้าคุณบอกตัวเองว่า ไม่มีเวลา คุณก็จะไม่มีทางออกกำลังกายและลดน้ำหนักได้อย่างแน่นอน เพราะฉะนั้น ข้อนี้จึงมาอันดับแรก นั่นคือต้องตั้งใจมาก่อนเลยนั่นเองครับ 2. ต้องรู้จักร่างกายตัวเอง พอเราตั้งใจอย่างจริงจังละ ก็มาต่อข้อนี้เลย เราต้องรู้จักร่างกายตัวเองให้ดีก่อน ว่าร่างกายของเราเป็นอย่างไร มีปัญหาตรงไหน ไขมันชอบไปสะสมตรงไหน น้ำหนักเท่าไหร่ สูงเท่าไหร่ แค่ไหนถึงจะพอดี ระบบเผาพลาญร่างกายของเราอยู่ที่เท่าไหร่ต่อวัน และเราตั้งเป้าหมายว่าอยากหุ่นแบบไหน ทั้งหมดนี้เราต้องกำหนดขึ้นมาก่อน เพราะถ้าเราไม่มีเป้าหมายในการทำ เราก็จะเหมือนโดดลงไปในทะเลกว้างๆ ไม่รู้ว่าจะว่ายไปทางไหน เมื่อเราสามารถหาคำตอบให้ตัวเองได้แล้ว ก็มาที่ข้อต่อไปได้เลย 3. ศึกษาข้อมูลการออกกำลังกาย การที่คุณมาเจอกับเว็บไซต์เรา ก็เหมือนกับคุณได้มาเจอกับข้อมูลการลดน้ำหนักแล้วครับ มาศึกษาหาข้อมูลที่เหมาะกับเรา มันมีเทคนิคหลายอย่างมาก แต่ให้เลือกวิธีการที่เหมาะกับไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตของคุณที่สุด เช่น. ถ้าคุณเป็นพนักงานออฟฟิศที่นั่งเก้าอี้ทั้งวัน อายุ 20 กลางๆ แค่ลงพุง ขาใหญ่ มีเวลาแค่ 1 ชั่วโมงตอนเลิกงานแล้วถึงบ้านก่อนกินข้าวเย็นเท่านั้น คุณอาจจะต้องเลือกการออกกำลังกายที่เน้นไปที่ HIIT หรือ Bodyweight เพราะใช้เวลาน้อย แล้วเสริมด้วยการทานอาหารที่ถูกต้องเข้าไป อะไรแบบนี้ เพราะฉะนั้นการศึกษาเทคนิคการออกกำลังกายให้เยอะๆ เพราะคุณจะได้เลือกได้ถูกว่าอะไรที่เหมาะกับคุณ ยิ่งถ้าคุณมีเวลาเยอะๆ ก็เข้ายิมไปเลย อันนั้นเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด เป็นต้นครับ 4. ศึกษาข้อมูลโภชนาการ ใครจะไปเชื่อครับว่า อาหาร

อ่านต่อ

>