t> วิตามินเอ สำคัญอย่างไร ? | ไทยแลนด์ฟิตแอนด์เฟิร์ม แนะนำวิธีลดน้ำหนัก
อาหารลดน้ำหนัก

วิตามินเอ สำคัญอย่างไร ?

ออกกำลังกายลดน้ำหนัก

วิตามินเอ
ประกอบด้วยสารเรตินอล (Retinol) และเคโรทีน (Carotene) เรตินอลมักพบในอาหารที่มาจากสัตว์เท่านั้น เช่น เนื้อสัตว์ นม เนย ไข่ ตับ น้ำมันตับปลา เรตินอลจะช่วยให้ร่างกายใช้วิตามินเอได้ทันที ส่วนรูปแบบของวิตามินเอที่พบในพืชจะเรียกว่า เบต้าแคโรทีน (bata carotene) ซึ่งจะถูกเปลี่ยนเป็นวิตามินเอในร่างกาย

วิตามินเอ มีอะไรดี

  • ช่วยบำรุงสายตา และแก้โรคตามัวตอนกลางคืน (Night Blindness)
  • ช่วยให้กระดู ผม ฟัน และเหงือกแข็งแรง
  • สร้างความต้านทานให้ระบบหายใจ
  • ช่วยสร้างภูมิชีวิตให้ดีขึ้น และทำให้หายป่วยเร็วขึ้น
  • ช่วยในเรื่องของผิวพรรณ ลดการอักเสบของสิว และช่วยลบจุดด่างดำ
  • ช่วยบรรเทาโรคเดี่ยวกับไทรอยด์

วิตามินเอ หาได้จากที่ไหน

ผักผลไม้ที่ให้วิตามินเอ ส่วนใหญ่จะมีสีเหลือง ส้ม แดง และเขียวเข้ม เพราะมีเบต้าแคโรทีน (bata carotene) และแคโรนอยด์ (Coronoid) ที่ร่างกายจะเปลี่ยนเป็นวิตามินเอต่อไป เนื่องด้วยวิตามินเอในผักผลไม้มีความไวต่อออกซิเจนมาก ดังนั้นวิธีกาต้มที่ป้องกันการสูญเสียวิตามินได้ดีที่สุดคือ ควรปิดภาชนะขณะต้มและใส่น้ำน้อยๆ

ทำไมร่างกายถึงขาดวิตามินเอไม่ได้ ?

หากขาดวิตามินเอ อาจเกิดอันตรายหรือส่งผลกระทบต่อสุขภาพได้ดังนี้

โรคผิวหนัง เนื่องจากวิตามินเอมีส่วนสำคัญในการรักษาสภาพเยื่อบุผิวหนัง ขาดวิตามินเอทำให้ผิวพรรณขาดความชุ่มชื้น หยาบกร้าน แห้งแตก โดยเฉพาะผิวหนังบริเวณข้อศอก ตาตุ่ม และข้อต่อต่างๆ ซึ่งอาจนำไปสู่โรคผิวหนัง เช่น สิวและโรคติดเชื้ออื่นๆ ได้

ตาฟาง หน้าที่ของวิตามินเอคือช่วยในการสร้างสารที่ใช้ในการมองเห็นได้ยาก หากขาดจะทำให้มองเห็นได้ยากในเวลากลางคืนหรือในที่แสงสว่างน้อย และทำให้เยื่อบุตาแห้ง กระจกตาเป็นแผล ในกรณีที่ร่างกายขาดวิตามินเออย่างรุนแรงอาจทำให้ตาบอดได้

ความต้านทานโรคต่ำ วิตามินเอเป็นตัวช่วยสำคัญที่ทำให้ระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายของเราทำงานตามปกติ การขาดวิตามินเอจึงทำให้เกิดโรคติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจได้ง่าย อีกทั้งยังทำให้เกิดการอักเสบในโพงจมูก ช่องปาก คอ และที่ต่อมน้ำลาย

ปริมาณที่ร่างกายต้องการต่อวัน

ร่างกายต้องการวิตามินเอในแต่ละวันอยู่ที่วันละ 4,000-5,000 IU

Comments

comments

Share: